นวนิยายเรื่องเจ้าพ่อกลางตลาด นวนิยายของไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติเป็นเรื่องราวสมมุติของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ สมชาย
ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดสงขลา
ต่อมาได้โอกาสเข้าเรียนต่อในกรุงเทพฯ
เมื่อจบการศึกษาได้ทำงานครั้งแรกโดยเป็นพนักงานขายและได้รับการสนับสนุนและปลุกปั้นให้เป็นทายาทธุรกิจ บริหารงานการตลาดข้ามชาติ ลักษณะนิสัยที่โดดเด่นของสมชายคือ ความฉลาด
และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
สามารถเจรจาต่อรองธุรกิจต่างๆ
ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นเขามีโอกาสได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้สมชายได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับเพื่อนร่วมชั้น ส่งผลให้การทำงานของเขาประสบความสำเร็จ
เขาได้แต่งงานกับบุตรสาวของท่านลอร์ดคาร์ริงแฮม ประธานกรรมการพิเศษของรัฐบาลอังกฤษ
หลังจากชีวิตของสมชายได้พลิกผันไปเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศปาซีเฟีย ผ่านจุดสูงสุดและต่ำสุดในชีวิต
ตอนจบของเรื่องสมชายได้หนีออกจากประเทศปาซีเฟีย และใช้ชีวิตอย่างสงบด้วยการบวชที่จังหวัดสงขลา
จากเรื่องที่อ่านสามารถอธิบายในรูปของกระบวนการของหลักสูตรดังนี้จากพฤติกรรมของตัวละครเอกของเรื่อง สะท้อนแนวความคิดทางปรัชญาการศึกษาในเรื่อง ปรัชญาพิพัฒนนิยม (Progressivism) หรือปรัชญาปฏิบัตินิยม แนวความคิดนี้มาจากชาลส์ เอส
เพียซ (Charles S.
Pierce) และได้รับการเผยแพร่ให้กว้างขวางขึ้นโดยวิลเลี่ยม เจมส์ (William
James)
ได้รับความนิยมสูงสุดจากจอห์น
ดิวอี้ (John Dewey)
จากเนื้อเรื่องสมชายให้ความสำคัญต่อการนำความคิดไปสู่การกระทำ
สมชายเรียนรู้ประสบการณ์จากปัญหาของตนเองและปัญหาของผู้อื่น เขาลงมือทำและแก้ปัญหาด้วยตนเองได้อย่างเหมาะสม
เขาได้รับประสบการณ์ดังกล่าวมาจากการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ จากข้อความที่ว่า “หลักสูตรนี้เรียกว่า Mater
of Management จะใช้เวลาเรียน 1
ปีเต็มเทียบเท่าระดับปริญญาโท” บทความในเอกสารแนะนำการเรียนอธิบายไว้ “...ท่านไม่ใช่นักเรียนแต่ท่านคือผู้ร่วมศึกษา
นักธุรกิจระดับหัวกะทิที่เลือกสรรแล้วเช่นท่านจากหลายประเทศจะมารวมกันที่สำนักทิศาปาโมกข์แห่งนี้เพื่อแสวงหาความเป็นเลิศในการประกอบการ...เขาบางคนอาจเป็นข้าราชการหรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจระหว่างประเทศ...เราจึงส่งเสริมบรรยากาศของการแข่งขันอย่างยุติธรรม (Fair Play) ความมีวินัยและการเป็นเพื่อนเป็นฝูงอย่างแน่นแฟ้น (Fraternity) และความรู้เชิงค้าขายที่นำไปปฏิบัติอย่างได้ผล..”(ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ : 42)
ถ้าวิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยาพบว่า
พฤติกรรมของสมชายสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ของมาสโลว์ (Maslow)
ที่กล่าวว่ามนุษย์มีความต้องการพื้นฐานตามธรรมชาติเป็นลำดับขั้นคือ ขั้นความต้องการทางร่างกาย (Physical need) ขั้นความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety need) ขั้นความต้องการความรัก (love
need) ขั้นความต้องการยอมรับและยกย่องจากสังคม (Esteem need) และขั้นความต้องการที่จะพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ (Self – actualization) เขามีความต้องการที่จะทำความรู้จักตนเองและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยาก
การวางแผนในการพัฒนาประเทศปาซิเฟียให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทางการค้าของสมชาย สอดคล้องกับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรดังนี้ สมชายวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ความต้องการของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผน
หลังจากนั้นเขามีการประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ มีการกำหนดวางแผน กำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจน
เขาได้ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานตามสถานการณ์ และมีเพื่อนคู่คิดคือลินดา ภรรยาของเขาที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ จากข้อความที่ว่า
“ตั้งแต่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศปาซิเฟีย ฯพณฯสมชายรู้สำนึกอยู่เต็มอกว่าถ้าจะนำประเทศที่กำลังพัฒนาขนาดค่อนข้างเล็กให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทางการค้าโดยรวดเร็วแล้ว
ผู้นำจะต้องมีหัวคิดแบบเถ้าแก่ในบริษัทการตลาดกล่าวคือมีเป้าหมาย ,
นโยบาย
และกลยุทธ์ที่แน่ชัดกับมีแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องเป็นเอกภาพและมีระบบการดำเนินการต่างๆ
ที่เป็นตัวส่งเสริมไม่ใช่เป็นอุปสรรคทางการค้าไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ” (ไกรฤทธิ์
บุณยเกียรติ : 129)
นวนิยายเรื่องเจ้าพ่อการตลาด
ได้สะท้อนแนวคิดและหลักการในการปฏิบัติตัวที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ประเด็นสำคัญในเรื่องนี้คือ การทำงานต้องมีการวางแผน ระบุเป้าหมาย
มุ่งมั่นในการทำงาน
มีความกตัญญู อ่อนน้อมถ่อมตน มีมนุษยสัมพันธ์ เห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิต
สาวิตรี
จิตบรรจง
รหัส 57255903 สาขาหลักสูตรและการสอน
มหาวิทยาลัยศิลปากร
เอกสารอ้างอิง
ไกรวิทย์ บุณยเกียรติ. เจ้าพ่อการตลาด. กรุงเทพฯ :
สารมวลชน , 2532
ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน
องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2556
